ในทีสุดก็ได้ฤกษ์พล่ามประสบการณ์ตอนไปสมัครนักเขียนการ์ตูนครั้งแรกซะที
หลังจากเคยพูดว่าจะพล่ามๆตั้งนาน น๊านนาน
วันนี้เพิ่งกลับจากสยามเพื่อเริ่มทำต้นฉบับ
แล้วบังเอิญเพื่อนมาถามพอดีว่า เฮ้ย! เขียนเรื่องใหม่อีกแล้วเรอะ?
(ตูเพิ่งเขียนเรื่องสั้นจบไปเรื่องเดียวเอง ถามยังกะตูเขียนมาแล้ว8เรื่องงั้นแหละUndecided)
 
 
สำหรับคนที่คิดจะเป็นนักเขียนการ์ตูน ไม่ว่าใครมันก็ต้องนำเสนองานการ์ตูนไปสนพ.ถูกมั๊ย?
ส่วนจะสนพ.ที่ไหน ก็อีกเรื่อง ซึ่งสนพ.ที่ผมไปสมัครไปก็คือสยามครับ
 
 
ซึ่งวิธีการส่งก็มีหลายทางไม่ว่าจะส่งไปทางเมลล์การ์ตูนไทยสตูดิโอ หรือส่งต้นฉบับมาทางemsอะไรทำนองนี้
แต่วิธีพวกนี้พูดตามตรงเลยครับว่าช้ามาก ต้องโทรติดต่อทวงซ้ำ ให้เขาวิจารณ์มาให้ได้
ซึ่งผมเคยส่งตัวแก้ต้นฉบับเล็กๆน้อยๆ ยังต้องโทรทวงตามเองเลยครับ
 
ซึ่งวิธีที่ได้ผลที่สุดก็คือ การเอาตัวบุกสนพ.เข้าไปติดต่อเองตัวๆเลยครับ
แต่ก่อนไปควรจะโทรติดต่อว่า ตูข้าชื่อบลาๆ จะไปปล้น เอ้ย! ไปส่งการ์ตูนให้พิจารณาด้วยนะครับ(แต่ไม่ใช่โทรไปวันนี้ ตูจะไปวันนี้เลยนา)
แล้วเขาจะติดต่อวันที่สะดวกมาให้เราครับ แล้วเราค่อยบุกไป
 
 
ซึ่งก็มีหลายคนแน่ๆที่อยากเป็นนักเขียนแต่กลัวไม่กล้าไปถึงสนพ.เองตรงๆ
ซึ่งผมอยากจะบอกว่า ถ้าคิดจะเป็นจริงๆไงๆก็ต้องเอาตัวเข้าไปถึงสนพ.ครับ ไม่งั้นคุยงานกันไม่รู้เรื่อง
 
 
ตอนที่ผมไปสมัครงานครั้งแรก พูดกันตามตรงคือ ไม่ได้หวังผ่านหรอก ไปแค่ให้เขารู้จักหน้าเราเท่านั้นเอง
ก็เอาเรื่องยาวตอนแรกเป็นตัวอย่างต้นฉบับไป(เขาเอาแค่ตอนแรกประมาณ19-30หน้าแต่ตูฟิตตอนแรกยัดไป50หน้ากว่าๆ......) พร้อมกับสรุปเรื่องย่อลงในA4และสตอรี่บอร์ดสำหรับ2-3ตอนหลังไปให้เขาพิจารณา
แล้วก็เอาผลงานเก่าๆ อย่างภาพวาดตัดเส้น ลงสี แล้วก็การ์ตูนออริที่เคยลงบลอคนี้ไปแล้วด้วย
ซึ่งคุยงานแนะนำกันได้2ชม.ส่วนผลเรอะ?
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ก็ไม่ผ่านน่ะสิครับ WinkWink
 
 
 
 
 
ไม่ได้รู้สึกเฮิร์ทหรอก
ไอ้ไม่ผ่านน่ะเรื่องปกติครับ และไม่คิดว่าจะผ่านด้วย แต่ไปสด ดูสถานที่ว่าที่ทำงานเขาเป็นเช่นไร
แต่ไอ้ที่เริ่มรู้สึกคันยิบๆคือ พี่ๆเขาดูงานเก่าแล้วบอกว่าไอ้นี่เวิร์คกว่าเห็นๆ น่าจะเขียนแฟนตาซีตามผลงานเรื่องมากกว่า
ซึ่งก็รู้ตัวแหละ ว่าตัวเองเขียนแฟนที่ตาซีแล้วเวิร์คกว่าเห็นๆ แล้วเป็นแนวถนัดและชอบด้วย
หลังจากนั้นเขาก็แนะนำข้อปรับปรุงต่างๆของตัวผมเอง ซึ่งเยอะมากจนบัดนี้ยังแก้ไม่หมด 
(จริงๆคือ ลืมที่พี่เขาแนะนำซะเกือบครึ่งแล้ว ขนาดจดไว้นะเนี่ยTongue out)
 
หลังจากนั้น
ซึ่งตรงนี้ผมขอเน้นเลยว่า
เป็นข้อแนะนำสำหรับคนที่คิดจะสมัครเป็นนักเขียนการ์ตูนสยามเลยครับ
พี่เขาได้แนะให้นักเขียนที่โนเนม ให้เขียนเรื่องสั้นเรื่องเดียวจบมาก่อนเลยดีกว่า ประมาณ30-40หน้า
(แต่ถ้าจำไม่ผิดตอนที่เห็นในหน้าประกาศรับสมัครในc.kidsเขารับเรื่องสั้นราว20หน้าได้ สงสัยเห็นตูฟิตUndecided)
แล้วเขาก็ยังพูดอีกด้วยว่าสำหรับนักเขียนที่โนเนม เขาจะให้เขียนผลงานแบบเล่มเดียวจบก่อนครับ
"เรื่องหวังเป็นเรื่องยาวยืดเป็นซีรีย์เลิกหวังได้เลยสำหรับนักเขียนที่โนเนม" 
(พี่เขาไม่ได้พูดหรอกคำนี้ แต่ผมชอบพูดทำลายความหวังชาวบ้านWink)
ซึ่งสาเหตุที่เขาให้เขียนแบบเรืื่องเล่มเดียวจบ เขาบอกว่าเพราะ สำหรับคนอ่านแล้ว เล่มเดียวจบมันควักตังค์ซื้อง่าย แถมไม่คิดหวังด้วยว่าเล่มต่อไปมันคงจะสนุกน่า (ไม่ถูกใจก็ปาทิ้งได้เลยสินะ)
 นอกจากนี้ยังเป็นการแนะนำตัวเองที่ดีให้รู้จักต่อสาธารณะชนครั้งแรกด้วย ก่อนที่จะเขียนเรื่องยาวต่อไป(ถ้าผลตอบรับดี)
 
ซึ่งตามความคิดของผม ที่เขาทำแบบนี้ ไม่ใช่เพราะแค่นี้แน่ๆ
แต่น่าจะเป็นเหมือนการทดสอบนักเขียนโนเนมว่าจะสามารถเขียนงานได้ต่อเนื่องได้รึเปล่าด้วยอีกต่างหาก
เพราะเคยได้ยินมาว่ามีนักเขียนหลายคนเขียนๆไปแล้วหายจ๋อมไปเลย ไม่ได้ออกรวมเล่มสักที แม้แต่เล่มแรก......
 
หลังจากที่แนะนำว่าให้เขียนเรื่องสั้น ผมก็เลยเอาฟะ ยังไงก็แค่มาแนะนำตัวเองแค่นั้นเอง
งั้นงานคราวหน้าก็เรื่องสั้นโลด ไฟลุกพรึ่บๆYellYell แต่พอพี่เขาพูดประโยคต่อไปนี่แหละ
 
 
 
"เรื่องสั้นคราวหน้า เอาแนวความรักนะน้อง"
 
 
...........................
................................
.......................................ทำเอาตูไฟมอดใน3.14วินาทีเลยทีเดียว orz"
ซึ่งถ้าใครรู้จักผม จะรู้ดีเลยว่า แนวผมมันเป็นยังไง ให้เขียนแนวรักเนี่ย ไม่ไหวจะเคลียร์..........

อ้อ จะบอกอีกเรื่องคือเขามีโควต้ารับ2แนวเรื่องยู่2แนวครับ คือ คอเมดี้กับความรัก
จริงๆแนวอื่นเขาก็รับหมดแหละ แต่2แนวนี้ดูจะมีเปอร์เซ็นต์สูงสุดที่เขาจะรับครับ
เพราะเขาจะมีที่ว่างเอา2แนวที่ว่าไปแปะลงในนิตยสารได้ครับ ส่วนจะเป็นนิตยสารอะไรก็ค่อยว่ากันไป
 
อีกเรื่องที่จะบอกเป็นอย่างสุดท้ายคือ
พี่ที่ตรวจงานการ์ตูนที่เราไปเสนอนั้น ก็เป็นนักเขียนการ์ตูนครับ ไม่ได้เป็นบก.จริงๆ
ถ้าพี่เขาอ่านแล้วเห็นว่าใช้ได้ จะเอางานไปให้บก.จริงๆดูอีกทีครับ
ถ้าไม่มีอะไรต้องแก้แล้ว แล้วบก.เขาจะบอกขั้นตอนการทำงานต่อไปให้เราไปทำครับ
และจะบอกว่า พีที่ตรวจงานเราไม่ได้มีคนเดียวครับ
คนที่อยู่ในสตูอิโอตอนนั้นเกือบหมดนี่แหละจะอ่านการ์ตูนเราแล้ววิจารณ์รวบชุดเลย ฮา
ซึ่งจะมีบางกรณีที่พี่บางคนเขาจะจำหน้าเราหรืองานเราไม่ได้(ในกรณีที่เคยเสนองานมาแล้ว)
เขาจะขอดูงานตัดเส้นของเราอีกรอบด้วย
เพราะงั้นต้องเอางานตัดเส้นของเราไปเผื่อกรณีฉุกเฉินไว้ด้วยครับ อย่างล่าสุดที่ไปก็เจอมาพอดี ฮา
 
จากที่เขียนมาอาจทำให้ที่คิดจะสมัครเป็นนักเขียน ไม่กล้าเสนองานเพราะฟังดูแล้วยุ่งยากเหลือเกิน
แต่อย่าไปกลัว อย่าอายครับ เดี๋ยวก็หน้าด้านไปเองครับ ผมไปมันทุกสัปดาห์จนพี่เขาเริ่มเบื่อแล้ว (ฮา)
 
นี่ก็เป็นประสบการณ์คร่าวๆตอนที่ไปสมัครนักเขียนการ์ตูนในช่วงเดือนที่ผ่านมาครับ
(อืมมมม เอนทรี่จั่วหัวว่าครั้งแรก แต่ตูเล่าซะรวบยอดเลยวุ้ย)
 
 
 
 
 
 
เช้ดดดด ตั้งแต่สร้างบลอคมา
บลอคตรูเพิ่งมีมีสาระ UndecidedUndecidedUndecided
 
 

Comment

Comment:

Tweet

ไฟมอดเป็นค่าพายเลยนะนาย~ 555555confused smile อื่ม...ถ้าจะส่ง ควรไปที่สำนักพิมพ์เลยสินะ (ดูได้อะไรมากกว่าเห็นๆ)
พูดถึงความติดต่อหรือความต่อเนื่องในการเขียนนี่..อ่านแล้วแอบเหนื่อยเลยแฮะ =3="a ขนาดบล๊อคตูนี่ไม่ได้อัพมาเดือนกว่าแล้ว sad smile sad smile sad smile เอาเถอะ สู้ๆนะ =w=+9
ว่าแต่ที่เค้าให้เขียนแนวรัก....เพราะเห็นเขียนดราม่าเก่งรึเปล่าฮ้าฟฟฟฟฟฟฟฟquestion confused smile confused smile confused smile 55555 (เผ่น!!!)

#5 By THEERAWAT on 2011-06-27 16:27

อย่าพึ่งท้ออออ
ไปอีกกก
คนรู้จักเราส่วนใหญ่ก็เน้นว่าไปบ่อยๆ
เค้าสั่งแก้อะไรก็แก้ตามนั้น
(คงไม่ผ่านใน 1-2 ครั้งแรกแหงๆ)
ส่วนเรื่องนัดคุยนี่ ลองถามเค้าดูว่าช่วงไหนของเดือนว่าง
เพราะจะมีช่วงปิดต้นฉบับ อันนั้นทั้ง บ.ก. กับ
นักเขียนนี่แทบจะไม่ว่างกันหมด

=w=+ เท่าที่รู้สยามก็มีอีกแนวนะที่เค้ารับ
"การ์ตูนผี+สยองขวัญ" ไง ลงใน Horror Hours
เห็นว่า เดือนมิถุนานี้ก็มีงานทางบ้านลงด้วย

ส่วนอันที่ไม่ผ่าน ;w; ลองทำขายตามงานโดจินก็ได้นะ
เล่มละ 80-100 เราก็เอา
(เสี้ยนเสียเงินกับงานการ์ตูนมานาน)

#4 By finel on 2011-06-24 00:25

เล่มเดียวจบนี่ถ้าภาพสวยผมก็ลองซื้อนะquestion

#3 By 2521luck on 2011-06-23 21:43

โอ้วเป็นประโยชน์ดีค่ะ
วันหลังเอามาเล่าให้ฟังอีกนะคะ
อยากฟังเรื่องพวกนี้เยอะๆอ่าHot! Hot!

#2 By jomkwan on 2011-06-23 21:25

ต้องบอกว่า ลำดับการดูงานของสยามแปลกกว่าชาวบ้านเค้ามากกว่า เพราะทั้งที่วิบูลกิจ เนชั่น หรือlet จะเป็นแพทเทิร์นเดียวกัน(แบบที่ไม่ใช่ของสยาม)

แล้วจริงๆคนรับงานก็ควรจะเป็นบก.หรือคนในกองบก.นะ เพราะถ้าเป็นนักเขียนมารับงาน คำติชม วิจารณ์ ก็จะเป็นมุมมองของนักเขียนคนนั้นทั้งหมด

#1 By deathknell on 2011-06-23 20:22